เรื่องของแสงสว่างภายในบ้าน ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการอยู่อาศัย แต่สำหรับผู้ที่กำลังทำบ้าน การเลือกใช้โคมไฟเพดานสำหรับใช้ในแต่ละห้อง ควรจะมีหลักการเลือกใช้อย่างไร? วันนี้เราจะขอมาบอกเล่าให้ฟัง เพราะโดยทั่วไปแล้ว ในแต่ละห้องย่อมมีการใช้งานที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำหรือห้องครัว แต่โคมไฟเพดานในรูปแบบใดที่จะช่วยให้บ้านของคุณดูดีและตอบโจทย์กับการใช้งาน มาหาคำตอบกันได้ในบทความนี้
แต่คำถามก็คือ แล้วทำไมเราถึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกโคมไฟเพดาน นั่นก็เป็นเพราะว่า แสงที่เหมาะสมในแต่ละห้อง นอกจากจะช่วยถนอมสายตาของเราได้มากที่สุดแล้ว ยังจะช่วยเสริมให้ห้องนั้นๆ ดูดีมากขึ้นได้อีกหลายเท่าตัวนั่นเอง
1. การเลือกโคมไฟเพดานที่สามารถปรับระดับความสว่างได้
หากใครที่กำลังมองหาตัวช่วยสำหรับการอยู่อาศัยที่ง่ายและสะดวก การเลือกติดตั้งโคมไฟที่สามารถปรับระดับความเข้มของแสงต่างๆ ได้ จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้งานได้ตามคุณภาพแสงที่คุณต้องการ อีกทั้งระบบนี้ยังสามารถนำไปติดตั้งได้ในทุกห้อง แต่โดยหลักๆ แล้วนิยมนำไปติดตั้งในห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน เพราะไม่ว่าคุณจะต้องการแสงที่มีความเข้มเท่าไหร่ หรือต้องการแสงสลัวๆ สำหรับการพักผ่อนที่จะช่วยสร้างความผ่อนคลาย โคมไฟปรับระดับแสงได้ก็ถือว่าเหมาะสมอย่างที่สุด
2. เลือกในรูปแบบแซนเดอร์เรีย
แต่หากว่าบ้านไหนที่ต้องการโคมไฟที่มีความหรูหรา การเลือกใช้โคมไฟในแบบแซนเดอร์เรียก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะช่วยทำให้บ้านของคุณดูโดดเด่นขึ้นได้ ยิ่งในปัจจุบันแชนเดอร์เรียยังมีการผลิตออกมาหลากหลายดีไซน์และขนาด จึงไม่ต้องห่วงเลยว่าบ้านของคุณจะไม่สามารถนำไปติดตั้งได้ อีกทั้งการติดตั้งโคมไฟประเภทนี้ ยังสามารถเลือกที่มีฟังก์ชันการปรับระดับแสงสว่างที่ต้องการ ให้คุณได้ปรับอารมณ์ของแสงได้อย่างง่ายดาย รวมถึงดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ซึ่งไม่ว่าคุณจะต้องความอลังการดาวล้านดวงแบบไหน หรือต้องการแชนเดอร์เรียแบบเรียบง่าย ก็สามารถเลือกที่เหมาะกับสไตล์ความชอบของคุณได้เลย
3. เลือกโคมไฟเพดานให้เหมาะกับการใช้งาน
สำหรับเรื่องนี้คงต้องบอกว่า ในการเลือกใช้โคมไฟที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างยาวนั้น จะต้องอาศัยทั้งในเรื่องของคุณภาพของโคมไฟ รวมถึงการเลือกใช้หลอดไฟที่ช่วยประหยัดพลังงาน และที่สำคัญหากใครเลือกโคมไฟในรูปแบบที่ไม่สามารถปรับระดับแสงไฟได้ จะต้องดูด้วยว่าหลอดไฟที่มาพร้อมกับโคมไฟให้แสงสว่างในรูปแบบใด เพราะในแต่ละห้องคุณอาจจะต้องการแสงไฟที่ต่างกันออกไป เพราะในปัจจุบันหลอดไฟมีให้เลือกใช้ในสองระดับที่นิยมใช้กัน นั่นก็คือแสงแบบวอร์ม ไวท์ ที่ให้อุณหภูมิสีอยู่ที่ 2700-3000 K โดยจะเป็นแสงนวลๆ ให้โทนสีแบบอบอุ่นช่วยให้เกิดความผ่อนคลายสบายตา ส่วนอีกประเภทจะเป็นแสงแบบคูล ไวท์ ที่ให้อุณหภูมิสีอยู่ที่ 3500-4000 K และจะเป็นแสงในแบบสีขาวนวล สว่างตา ช่วยให้สามารถเห็นรายละเอียดของห้องได้อย่างชัดเจนนั่นเอง
