เปิดร้านมาก็นานแต่ยังไม่ได้ยอดขายที่พึงพอใจ อาจเพราะมีตัวเลือกเมนูมากไปจนมาถ่วงดุลต้นทุนให้พอกพูน เพราะยิ่งเมนูเยอะ เท่ากับว่าวัตถุดิบที่ต้องซื้อมากักตุนไว้ก็ต้องมีจำนวนมากเช่นกัน และการมีเมนูเยอะก็อาจทำให้การบริหารจัดการของร้านมีปัญหา เพราะหากคำนวณวัตถุดิบไม่ดีจนของหมดเมื่อลูกค้าต้องการซื้อ ก็อาจทำให้เกิดความไม่พอได้ รวมถึงปัญหาวัตถุดิบเหลือทิ้งจากเมนูที่ไม่มีคนส่ง ซึ่งวัตถุดิบเน่าเสียที่ต้องทิ้งไปก็คือเงินลงทุนที่เราเสียไปนั่นเอง ดังนั้นการจัดการเมนูให้ดีจึงเป็นสิ่งที่ร้านค้าควรคิดตั้งแต่แรก ซึ่งวันนี้เราได้มีทริคการเลือกเมนูว่าเมนูไหนควรอยู่ เมนูไหนควรไป ตามนี้เลย
เมนูที่ได้ไปต่อ
สามารถสังเกตได้อย่างง่ายที่สุดจากยอดขายว่าเมนูไหนที่มียอดสั่งเยอะ และน่าสนใจ หรือถ้าร้านไหนที่ยังไม่มีเมนู Signature ก็สามารถเลือกเมนูที่น่าสนใจมาปักธงไว้ โดยอาจเลือกเมนูที่อร่อยและดึงเอกลักษณ์ของร้านออกมาได้มากที่สุด เพื่อให้คนที่เข้ามาเลือกซื้อครั้งแรกได้รับรู้ถึงภาพรวมของร้าน และที่สำคัญควรเป็นเมนูที่สามารถทำได้เร็ว หรือ สามารถเตรียมวัตถุดิบได้ เพราะแน่นอนว่าเมนู Signature จะต้องเป็นเมนูที่อยู่ในลำดับการเลือกแรก ๆ ของลูกค้า ดังนั้นยิ่งทำได้เร็วทันใจ ก็จะยิ่งเพิ่มคะแนนความชอบ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องรอนานจนต้องหักคะแนนในใจ
เมนูที่ควรพอ
เลือกตัดจากเมนูที่ยอดขายน้อยไม่ทำกำไรออกก่อนเลย ยิ่งถ้าต้องใช้วัตถุดิบเฉพาะที่ไม่เหมือนเมนูหลักยิ่งต้องตัดให้ไว รวมถึงเมนูที่มีวิธีการทำที่วุ่นวาย ทำยากก็ควรพิจารณาไว้ให้ต้องตัดออกไปจากหน้าเมนูเช่นกัน เพราะอาจเกิดปัญหาเมื่อออเดอร์เยอะที่ทำให้เราจัดการออเดอร์ไม่ทันใจลูกค้า จนเกิดความไม่ประทับใจตามมาได้